ความหมายและพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต
คือการเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่ายกลายเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ โยงใยกันทั่วโลกโดย มีระบบมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถรับส่งข้อมูลในหลายๆรูปแบบได้ เช่นภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้
พัฒนาการของอินเตอร์เน็ต
1.พัฒนาการของอินเตอร์เน็ตต่างประเทศ
หน่วยโครงการวิจัยของสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนงานวิจัยในช่วงแรกรู้จักกันในนามของอาร์พาเน็ต
อาร์พาเน็ตแบ่งออกเป็น 2 เครือ นั้นคือ เครือสำนักงานวิจัยขั้นสูงกับ เครือข่ายกองทัพ
ปัจจุบันเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครืออข่ายที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง
2.เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย
เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เชื่อมต่อกับแบบ ชั่วคราว จากนั้นศูนย์อิเล็กโทรนิกได้เชื่อมต่อไปยังมหาวิทยาลัย 5 แห่ง เกิดเป็นเครือข่ายไทยสาร
ปี 2536 ศูนย์อิเล็กโทรนิกและคอมพิวเตอร์แห่งชาติได้เช่าวงจรสื่อสาร ความเร็ว 64 กิโลบิด/วินาที
ทำให้มีหน่วยงานหลายๆหน่วยมีความเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ปี 2537 การสื่สารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเตอร์เน็ตให้แก่บุคคลในรูปแบบอินเตอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ นั้นคือ ผู้ให้บริการ ทำหน้าที่เชื่อมต่อสายสัญญาณจากที่ต่างๆไปนอกประเทศได้
การทำงานของอินเตอน์เน็ต
การสือสารของระบบอินเตอร์เน็ตจะต้องมีรากฐานเดียวกันหรือที่เรียกกันว่า Protocol (โปรโตคอล) โดยข้อมูลจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ เมื่อการส่งข้อมูล กลุ่มใดสูญเสียไปการส่งข้อมูลยังคงเป็นไปได้ หรือเรียกว่าการส่งแบบแพ็กเก็ตสวิชชิง(Packet-Switching Network) เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะต้องมีหมายเลขประจำเครื่อง ที่เรียกว่า IP Address เพื่อเอาไว้อ้างอิงหรือติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในเครือข่าย ซึ่ง IP ในที่นี้ก็คือ Internet Protocol ตัวเดียวกับในTCP/IP นั่นเอง IP address ถูกจัดเป็นตัวเลขชุดหนึ่งขนาด 32 บิต ใน 1 ชุดนี้จะมีตัวเลขถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิตเท่าๆ กันเวลาเขียนก็แปลงให้เป็นเลขฐานสิบก่อนเพื่อความง่ายแล้วเขียนโดยคั่นแต่ละส่วนด้วยจุด ดังนั้นในตัวเลขแต่ละส่วนนี้จึงมีค่าได้ไม่เกิน 256 คือ ตั้งแต่ 0 จนถึง 255 เท่านั้น
โดยจะมีตัวอักษรแทนไอพีเพื่อช่วยจดจำเรียกว่าโดเมน
โดยจะมีตัวอักษรแทนไอพีเพื่อช่วยจดจำเรียกว่าโดเมน
1. โดเมนระดับสูงสุด
จะบอกถึงชื่อขององค์กรหรือประเทศที่ตั้งขององค์กร
.com ย่อมาจาก commercial สำหรับธุรกิจ
.edu ย่อมาจาก education สำหรับการศึกษา
.int ย่อมาจาก International Organization สำหรับองค์กรนานาชาติ
.org ย่อมาจาก Organization สำหรับหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร
.org ย่อมาจาก Organization สำหรับหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร
หรือแบบ ประเทศ
.th คือ ประเทศไทย
.cn คือ ประเทศจีน
.uk คือ ประเทศอังกฤษ
.jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
.au คือ ประเทศออสเตรเลีย
การสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต
1.การสนทนาเป็นกลุ่ม
การสนทนาแบบนี้คู่สนทนาจะพิมพ์ข้อความไปยังเซิร์ฟเวอร์ และเซร์ฟเวอร์ก็จะนำเอาข้อความนั้นๆที่เราพิมพ์ลง ส่งไปให้ สมาชิกหรือคอมทุกๆเครื่องที่อยู่ในกลุ่มๆเดียวกัน โดยการสนทนาแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการสนทนาในพวก แช็ตรูม (Chat room) ลักษณะแบบเป็นห้อง
. www.sanook.com
. www.pantip.com
2.การสนทนาระหว่างผู้ใช้โดยตรง
เป็นการสนทนาโดยมีเซิร์ฟเวอร์บอกตำแหน่งของโปรแกรมสนทนา (Instant messaging) ของคู่สนทนาทำให้ผู้ใช้สมารถสนทนากับผู้ใช้ได้โดยตรง การสนทนา สามารถส่ง ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งเสียงและวิดิโอต่างๆได้ โปรแกรมที่นิยาใช้ได้แก่
*MSN *AOL-Instant-Messenger *Yahoo-Messenger *Google-Talk *Net-messenger-Service
.th คือ ประเทศไทย
.cn คือ ประเทศจีน
.uk คือ ประเทศอังกฤษ
.jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
.au คือ ประเทศออสเตรเลีย
การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปหรือหน่วยงานขนาดเล็กจะใช้การเชื่อมต่อแบบหมุนโทรศัพท์ (Dial-Up Connection) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อแบบชั่วคราวหรือเฉพาะบางเวลา
การเชื่อมเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปหรือหน่วยงานขนาดเล็กจะใช้การเชื่อมต่อแบบหมุนโทรศัพท์ (Dial-Up Connection) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อแบบชั่วคราวหรือเฉพาะบางเวลา
1 เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในการส่งและรับข้อมูล
2 เว็บบราวเซอร์ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการดึงข้อมูลมาจาเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจัดเก็บอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า HTML (Hyper Text Markup Language) และแปลความหมายของรูปแบบข้อมูลที่ได้กำหนดเอาไว้เพื่อนำเสนอแก่ผู้ใช้
3 หมายเลขโทรศัพท์และสายโทรศัพท์ สำหรับเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูลข่าวสาร โดยผู้ใช้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์เพียง 3 บาทต่อครั้งของการเชื่อมต่อ
4 โมเด็ม เป็นอุปกรณ์สำหรับแปลงสัญญาณข้อมูลของคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digital) ให้เป็นสัญญาณข้อมูลรูปแบบแอนะล็อก (analog) และเมื่อเป็นผู้ส่งจะแปลงสัญญาณข้อมูลรูปแบบแอนะล็อกให้เป็นดิจิทัล
5 บริการชุดอินเทอร์เน็ตจากผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกขอเป็นสมาชิกเป็นรายเดือน รายปี หรืออาจเป็นการซื้อชุดอินเทอร์เน็ตแบบสำเร็จรูป โดยคิดค่าใช้บริการเป็นหน่วยชั่วโมง
การใช้บริกาารต่างๆบนอินเตอร์เน็ต
*การโอนย้ายข้อมูลผ่านเว็บเบอร์เซอร์
[1.]จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) การติดต่อสื่อสารโดยใช้อีเมลสามารถทำได้โดยสะดวก และประหยัดเวลา หลักการทำงานของอีเมลก็คล้ายกับการส่งจดหมายธรรมดา นั้นคือ จะต้องมีที่อยู่ที่ระบุชัดเจน ก็คือ อีเมลแอดเดรส (E-mail address) สามารถส่งไฟล์ได้ทั้ง รูป เสียง และภาพเคลื่อนไหว
แบ่งออกย่อยๆเป็น 2 รูปแบบคือ
1.เว็บเมล(Web mail) คือการรับส่งไปรษณีย์อิเล็กโทรนิกโดยส่วนใหญ่แล้วการส่งจำพวกนี้ไม่เสียค่าใช่จ่ายผู้ใช้สามารถที่จะลงทะเบียน โดยการใส่อิเมลล์แอดเดรสได้เพื่อเป็นสมาชิกของ เว็บเบอร์เซอร์นั้นๆ
เว็บที่ได้รับความนิยม
www.thaimail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 100 MB
www.mail.sanok.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 1 GB
www.thailcool.com/thaicoolmail - พื้นที่เก้บเมลล์ 2 GB
เว็บที่ได้รับความนิยม
www.thaimail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 100 MB
www.mail.sanok.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 1 GB
www.thailcool.com/thaicoolmail - พื้นที่เก้บเมลล์ 2 GB
เว็บที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ
www.hotmail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 5 GB
www.mail.google.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 7 GB
www.yahoomail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ (Infinity)
2.ป็อปเมล(Pop mail)
เป็นไปรษณีย์อิเล็โทรนิกที่ใช้โปรแกรมจัดการไปรษณีย์ซึ่งโปรแกรมนี้จะติดต่อกับเครื่อง ที่ใช้รับส่งซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้มากๆในปัจจุบันนั้นก็คือ
Microsoft Outlook, Windows Mail, Netscape Mail
* การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลด้วยโปรแกรมการโอนย้ายแฟ้มข้อมูล ทั้งแบบแจกฟรีและแบบทดลองใช้ก่อน
www.hotmail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 5 GB
www.mail.google.com - พื้นที่เก็บเมลล์ 7 GB
www.yahoomail.com - พื้นที่เก็บเมลล์ (Infinity)
2.ป็อปเมล(Pop mail)
เป็นไปรษณีย์อิเล็โทรนิกที่ใช้โปรแกรมจัดการไปรษณีย์ซึ่งโปรแกรมนี้จะติดต่อกับเครื่อง ที่ใช้รับส่งซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้มากๆในปัจจุบันนั้นก็คือ
Microsoft Outlook, Windows Mail, Netscape Mail
บริการโอนย้ายแฟ้มข้อมูล (File Transfer Protocol) เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายไฟล์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การโอนย้ายไฟล์สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File ) การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรับข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ในปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่จัดให้มีการดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรี
2. การอัพโหลดไฟล์ (Upload File) การอัพโหลดไฟล์คือการนำไฟล์ข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น (internet forum) เป็นบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าว การอภิปรายและแสดงความคิดเห็นร่วมกันของผู้คนในสังคมผ่านอิเทอร์เน็ต ซึ่งแนวโน้มล่าสุดของการใช้อินเทอร์เน็ต คือ ใช้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์เพื่อสร้างเครือข่ายทางสังคม (socialnetwork) เทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนข่าวสารมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ยูสเน็ต (usenet) บล็อก (blog) เป็นต้น
1.ยูสเน็ต (Usenet)
Usenet เปรียบเสมือนบอร์ดข่าวสารบนอินเตอร์เนต ที่ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถนำข่าวสาร หรือความคิดเห็นของตนเองมาใส่ไว้ เพื่อให้ผู้อื่นได้อ่าน โดย Usenet จะมีกลุ่มสนทนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลในหัวข้อต่าง ๆ ที่เรียกว่า กลุ่มข่าว หรือ นิวส์กรุ๊ป (Newsgroup) และเพื่อสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้ usenet จึงทำการแบ่งหมวดหมู่ โดยใช้ชื่อของกลุ่มข่าว เพื่อสื่อความหมาย
2.บล๊อก (Blog หรือ Blogger)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
blogคล้ายๆกับ เป็นไดอารี่ออนไลน์ เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเองและบล็อกควรระวังคำพูดและการหมิ่นประหม่าซึงอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้
เว็บบล็อกที่นิยมใช้ได้แก่
Facebook,Wikipedia,Youtube
การสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต
1.การสนทนาเป็นกลุ่ม
การสนทนาแบบนี้คู่สนทนาจะพิมพ์ข้อความไปยังเซิร์ฟเวอร์ และเซร์ฟเวอร์ก็จะนำเอาข้อความนั้นๆที่เราพิมพ์ลง ส่งไปให้ สมาชิกหรือคอมทุกๆเครื่องที่อยู่ในกลุ่มๆเดียวกัน โดยการสนทนาแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการสนทนาในพวก แช็ตรูม (Chat room) ลักษณะแบบเป็นห้อง
. www.sanook.com
. www.pantip.com
2.การสนทนาระหว่างผู้ใช้โดยตรง
เป็นการสนทนาโดยมีเซิร์ฟเวอร์บอกตำแหน่งของโปรแกรมสนทนา (Instant messaging) ของคู่สนทนาทำให้ผู้ใช้สมารถสนทนากับผู้ใช้ได้โดยตรง การสนทนา สามารถส่ง ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งเสียงและวิดิโอต่างๆได้ โปรแกรมที่นิยาใช้ได้แก่
*MSN *AOL-Instant-Messenger *Yahoo-Messenger *Google-Talk *Net-messenger-Service
บริการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
การค้นหาข้อมูลในอดีตนักเรียนจะต้องเดินทางไปห้องสมุด เพื่อหาหนังสือที่เกี่ยวข้อง แต่ปัจจุบันมีอินเทอร์เน็ตซึ่งแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนข้องสมุดหลายแห่งทั่วโลกที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้น การสืบค้นข้อมูลจึงทำได้สะดวกขึ้น แต่งสิ่งหนึ่งที่นักเรียนจะต้อคำนึงถึง คือ การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตนั้น อาจต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะพบเว็บเพจที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ หรืออาจพบแต่เป็นเนื้อหาที่ไม่ถูกต้อง และบางครั้งอาจหาไม่พบเลย โดยวิธีที่ดีที่สุด คือ การสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล (search site) ซึ่งเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการทำงาน ดั้งนี้
1) เว็บไซต์ที่มีเครื่องมือหรือโปรแกรมการค้นหา
search engine)เป็นเว็บไซต์ที่สามารถให้ผู้ใช้หาข้อมูลโดยการระบุคำสำคัญ เพื่อค้นหาข้อมูลด้วยโปรแกรมการค้นหา ซึ่งข้อมูลจะครอบคลุมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลบุคคล กลุ่มข่าว และอื่นๆ โปรแกรมการค้นหาส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญ (keywords) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปและจะแสดงรายการผลลัพธ์ที่ตรงหรือใกล้เคียงกับคำสำคัญที่สุด ตัวอย่าง เว็บไซต์ที่มีเครื่องมือ หรือโปรแกรมการค้นหาที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น
www.google.co.th หรือ www.bing.com หรือ www.search.com
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตทำให้การติดต่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่ออินเทอร์เน็ตมีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้นเท่าใด อินเทอร์เน็ตย่อมส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อสังคม ดังนี้
ผลกระทบทางบวก
1. ทำให้มีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในเครือข่ายขนาดใหญ่ กล่าวคือ ทำให้คนในสังคมติดต่อสื่อสารได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา
2. ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านอีเมล การประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย
3. ช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทำให้เกิดการศึกษารูปแบบใหม่ที่กระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้เกิดความสนุกในการเรียนรู้ อีกทั้งทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ได้แก่ ระบบการเรียนทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (e-learning)
ผลกระทบทางลบ
1. ก่อให้เกิดความเครียดของคนในสังคม กล่าวคือ อินเทอร์เน็ตทำให้คนในสังคมเข้าถึงข้อมูลมากมายมหาศาล สภาพสังคมจึงเปลี่ยนเป็นสังคมฐานความรู้ หรือสังคมที่ใช้ความรู้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น จึงเกิดการแข่งขันด้านเศรษฐกิจกันอย่างรุนแรง ซึ่งการตัดสินใจในการทำงานต้องใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพ เพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง ทำให้คนในสังคมเกิดความกดดันและเกิดความเครียดสูงขึ้น
2. เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นในสังคม เช่น การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน การติดเกม
2. เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นในสังคม เช่น การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน การติดเกม
3. เกิดช่องว่างระหว่างคนในสังคม เนื่องจากคนในสังคมใช้เวลาในการเล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมลดลง จนเกิดคำพูดที่ว่า “เทคโนโลยีทำให้คนไกลใกล้กันมากขึ้น แต่เทคโนโลยีก็ทำให้คนใกล้ไกลมากขึ้น” กล่าวคือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้คนที่อยู่ไกลกันสามารถสื่อสารได้เหมือนอยู่ใกล้กัน ในขณะที่ทำให้คนที่อยู่ใกล้กันเกิดความห่างไกลกันมากขึ้น เช่น คนในครอบครัวที่ต่างคนต่างคุยกับเพื่อนในอินเทอร์เน็ต จึงมีเวลาพูดคุยกับคนในครอบครัวน้อยลง
4. เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นโลกเสรีที่ให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้ แต่การแสดงความคิดเห็นที่ไร้ขอบเขต ย่อมส่งผลต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การนำข้อมูลส่วนบุคคลออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็นจริงหรือไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้อง การแสดงความคิดเห็นด้วยถ้วยคำที่รุนแรงต่อบุคคลผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
5. อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ไม่หวังดีอาจใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด เช่น การล่อลวงผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตและก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในแง่มุมต่างๆ ทั้งภาพลามกอนาจาร การพนันออนไลน์ การจำหน่ายของผิดกฎหมาย การส่งไวรัสไปทำลายข้อมูลของผู้อื่น เป็นต้น
5. อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ไม่หวังดีอาจใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด เช่น การล่อลวงผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตและก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในแง่มุมต่างๆ ทั้งภาพลามกอนาจาร การพนันออนไลน์ การจำหน่ายของผิดกฎหมาย การส่งไวรัสไปทำลายข้อมูลของผู้อื่น เป็นต้น






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น